fb pixel
Line facebook instagram linkedin

วันอังคาร - อาทิตย์ 10:00 - 19:00
ติดต่อ 064 196 3539

โรคชันนะตุ ภัยร้ายที่มาพร้อมอาการคันศีรษะและผมร่วง

ทำความรู้จักโรคชันนะตุ หรือเชื้อราบนหนังศีรษะที่ทำให้เกิดอาการคันและผมร่วง พร้อมวิธีป้องกันและรักษา เพื่อหยุดการลุกลามก่อนเกิดปัญหาผมร่วงถาวร

อาการคันหัวอย่างรุนแรงจนเกาไม่หยุด รวมถึงการมีสะเก็ดรังแคเกลื่อนเต็มศีรษะ นับเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของ “โรคชันนะตุ” หรือโรคเชื้อราบนหนังศีรษะที่สร้างปัญหาให้คนจำนวนไม่น้อย ทั้งนี้ โรคดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา ก็อาจลุกลามจนทำให้ผมร่วงเป็นหย่อม อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ซึ่งในกรณีที่รุนแรงยังอาจนำไปสู่การเกิดภาวะผมร่วงถาวรได้

โรคชันนะตุ เชื้อราบนหนังศีรษะคืออะไร ?

โรคชันนะตุเป็นการติดเชื้อราในกลุ่มเดอร์มาโทไฟต์ (Dermatophytes) ซึ่งเข้าทำลายบริเวณหนังศีรษะ โดยเชื้อชนิดนี้จะเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีเคราติน ไม่ว่าจะเป็นเส้นผม หนังศีรษะ เล็บ และผิวหนังชั้นนอก ทั้งนี้ การติดเชื้อมักเกิดจากการสัมผัสกับเชื้อราโดยตรง และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา ก็อาจลุกลามจนส่งผลเสียต่อเส้นผมและหนังศีรษะอย่างรุนแรงได้

สาเหตุของโรคชันนะตุบนหนังศีรษะ

โรคชันนะตุเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยหลัก ได้แก่

  • ติดเชื้อราในกลุ่ม Dermatophytes

เชื้อราในกลุ่ม Dermatophytes คือเชื้อราที่เจริญเติบโตได้ดีในบริเวณที่มีเคราติน โดยเฉพาะหนังศีรษะและเส้นผม เมื่อเชื้อราเหล่านี้เข้าสู่หนังศีรษะ จะทำลายเคราตินและก่อให้เกิดการอักเสบ

  • ความอับชื้นและเหงื่อสะสม

สภาวะที่หนังศีรษะเปียกชื้นเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะจากเหงื่อหรือการล้างผมแล้วไม่เช็ดให้แห้งสนิท จะสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้เชื้อราเติบโตและแพร่กระจาย

  • สุขอนามัยที่ไม่ดี

พฤติกรรมที่ส่งผลต่อสุขภาพหนังศีรษะ เช่น การไม่สระผมให้สะอาด การใช้ผลิตภัณฑ์ที่อุดตันรูขุมขน หรือการปล่อยให้หนังศีรษะสกปรกสะสม ล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรค

  • ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อได้ง่าย เนื่องจากร่างกายไม่สามารถต่อต้านการเติบโตของเชื้อราได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โรคชันนะตุบนหนังศีรษะติดต่อได้อย่างไร ?

เชื้อราที่ทำให้เกิดโรคชันนะตุสามารถแพร่กระจายได้หลายวิธี ดังนี้

  • การใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น

เชื้อราสามารถแพร่กระจายผ่านการใช้ของร่วมกัน เช่น หวี หมวก ผ้าเช็ดตัว หมอน หรืออุปกรณ์ทำผมที่มีการปนเปื้อนเชื้อ

  • การสัมผัสกับผู้ที่ติดเชื้อโดยตรง

การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย รวมถึงการสัมผัสกับรังแคหรือเศษผมที่มีเชื้อรา สามารถนำไปสู่การติดเชื้อได้

  • การสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อ

สัตว์เลี้ยงอย่างสุนัข แมว หรือกระต่าย ที่มีเชื้อราบนผิวหนัง สามารถแพร่เชื้อสู่คนได้ผ่านการสัมผัสโดยตรงหรือการใช้อุปกรณ์ร่วมกัน

  • การสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่มีเชื้อรา

พื้นที่ที่มีความชื้นสูง อับลม หรือมีเชื้อราสะสม เช่น ห้องอาบน้ำสาธารณะ สระว่ายน้ำ หรือยิม อาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อได้เช่นกัน

อาการของโรคชันนะตุมีอะไรบ้าง ?

โรคชันนะตุมีอาการที่แตกต่างกันไปตามระดับความรุนแรงของการติดเชื้อ โดยมีอาการหลัก ๆ ดังนี้

  • ผมร่วงเป็นหย่อม

ในบริเวณที่ติดเชื้อ เส้นผมจะเปราะบางและหลุดร่วงง่ายกว่าปกติ โดยมักเกิดเป็นรอยวงกลมอย่างชัดเจน และอาจขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ หากไม่ได้รับการรักษา

  • อาการคันและระคายเคือง

หนังศีรษะจะมีอาการคันรุนแรง ทำให้ต้องเกาบ่อยครั้ง ซึ่งอาจนำไปสู่การติดเชื้อซ้ำซ้อนได้หากมีแผลจากการเกา

  • มีขุยคล้ายรังแค

ผิวหนังในบริเวณที่ติดเชื้อจะลอกเป็นขุยสีขาว คล้ายรังแค แต่มักหนาและเกาะเป็นแผ่นมากกว่า ซึ่งสามารถลุกลามขยายเป็นวงกว้างได้

  • เกิดแผลหนองและอักเสบบนหนังศีรษะ

ในกรณีที่มีการติดเชื้อรุนแรง อาจพบการอักเสบ บวมแดง และมีหนอง ซึ่งต้องรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน

ใครมีความเสี่ยงต่อโรคชันนะตุบ้าง ?

กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ ได้แก่

  • เด็กเล็กและวัยรุ่น โดยเฉพาะผู้ที่ใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยง หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องใช้ของร่วมกับผู้อื่น เช่น โรงเรียน หรือสถานรับเลี้ยงเด็ก
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคเอดส์ หรือผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ซึ่งทำให้ร่างกายมีความสามารถในการต่อต้านเชื้อโรคลดลง
  • ผู้ที่ทำงานในสภาพแวดล้อมอับชื้น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องสวมหมวกหรืออุปกรณ์ป้องกันศีรษะเป็นเวลานาน จนทำให้เกิดความอับชื้นสะสม

วิธีรักษาชันนะตุบนหัวหรือหนังศีรษะ

การรักษาโรคชันนะตุมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ โดยในระยะเริ่มต้น แพทย์มักแนะนำให้เริ่มจากการรักษาภายนอกก่อน ดังนี้

  • ใช้ยาสระผมที่มีส่วนผสมของคีโตโคนาโซล (Ketoconazole)

สำหรับผู้ที่มีอาการในระยะเริ่มต้น ควรใช้ยาสระผมตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยทิ้งไว้บนหนังศีรษะ 5-10 นาทีก่อนล้างออก และใช้ต่อเนื่องแม้อาการดีขึ้นแล้วเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

  • ทานยาต้านเชื้อรา

สำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรงหรือการติดเชื้อลุกลาม จำเป็นต้องไปพบแพทย์เพื่อรับยาต้านเชื้อรา โดยต้องรับประทานตามกำหนดอย่างเคร่งครัดและมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลการรักษา

วิธีป้องกันการเกิดชันนะตุบนหนังศีรษะ

เมื่อได้รับการรักษาแล้ว การดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องก็นับเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

  • รักษาความสะอาดของร่างกายและสิ่งของ

ควรสระผมด้วยแชมพูที่เหมาะสมเป็นประจำ โดยเฉพาะหลังออกกำลังกายหรือเมื่อเหงื่อออกมาก พร้อมทั้งเช็ดผมให้แห้งสนิททุกครั้ง นอกจากนี้ ควรซักทำความสะอาดปลอกหมอนและผ้าเช็ดตัวด้วยน้ำร้อนเพื่อฆ่าเชื้อ และเปลี่ยนใหม่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อรา

  • แยกของใช้ส่วนตัวอย่างเคร่งครัด

มีอุปกรณ์ส่วนตัวแยกโดยเฉพาะสำหรับของที่สัมผัสกับศีรษะ เช่น หวี แปรง หมวก และผ้าเช็ดตัว โดยควรหมั่นทำความสะอาดอุปกรณ์เหล่านี้เป็นประจำ และระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อต้องใช้บริการร้านเสริมสวยหรือร้านตัดผม และแม้แต่กับคนในครอบครัวเองก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกัน

  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอวันละ 7-8 ชั่วโมง รวมถึงจัดการความเครียดอย่างเหมาะสม เพื่อให้ร่างกายมีภูมิต้านทานที่แข็งแรง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้

  • หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงให้ได้มากที่สุด

ระวังการสัมผัสกับผู้ที่มีอาการของโรค หลีกเลี่ยงการใช้หมวกหรือเครื่องประดับศีรษะที่ไม่ระบายอากาศ และที่สำคัญคือไม่ปล่อยให้หนังศีรษะเปียกชื้นเป็นเวลานาน เนื่องจากสภาวะเหล่านี้ล้วนเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา

หลังรักษาโรคชันนะตุ หนังศีรษะของหญิงสาวก็กลับมาสุขภาพดีอีกครั้ง

แม้ว่าโรคชันนะตุจะสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการดูแลที่ถูกต้องและทันท่วงที แต่ในบางกรณีที่ปล่อยให้อาการลุกลามจนรุนแรง อาจส่งผลให้เกิดการอักเสบของรูขุมขนและนำไปสู่ภาวะผมร่วงถาวรได้

หากคุณกำลังประสบปัญหาผมร่วงอันเนื่องมาจากผลกระทบของโรคนี้ Bangkok Hair Clinic พร้อมให้ความช่วยเหลือ ในฐานะคลินิกเฉพาะทางด้านเส้นผมและคลินิกศัลยกรรมปลูกผมถาวร เรามีแพทย์ผู้ชำนาญการที่พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล โดยใช้เทคนิค DHI Micrograft ที่จะช่วยสร้างแนวผมใหม่และฟื้นฟูเส้นผมของคุณให้หนาแน่นขึ้น ด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์คุณภาพสูง ภายใต้การรับรองระดับนานาชาติ สนใจปรึกษาปัญหาเส้นผมกับเรา หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่

Line: @bangkokhairclinic
โทร: 02 118 7386, 064 196 3539
อีเมล: info.bangkokhairclinic@gmail.com

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Tinea Capitis. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568 จาก https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/22449-tinea-capitis.
  2. Tinea capitis. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568 จาก https://dermnetnz.org/topics/tinea-capitis.



ปรึกษาแพทย์ฟรี วันนี้

    lineline messagemessage callcall