
ต่อผมแบบไหนดี ? รวม 9 เทคนิคเปลี่ยนลุคสวยทันใจ
ความฝันที่จะมีผมยาวสลวยสวยเก๋เป็นสิ่งที่ผู้หญิงและผู้ชายหลายคนใฝ่ฝัน แต่ด้วยปัจจัยต่าง ๆ เช่น สภาพผม การดูแลรักษา หรือแม้แต่พันธุกรรม อาจทำให้การมีผมยาวดังใจไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น “การต่อผม” จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกยอดนิยมที่ช่วยเนรมิตผมยาวสวยได้ในพริบตา
สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนลุคให้สวยในพริบตา การต่อผมก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ มาดูกันว่าแต่ละวิธีมีข้อดีและเหมาะกับใครบ้าง
ถ้าพูดถึงวิธีที่เป็นที่นิยมมากที่สุด คงหนีไม่พ้นการต่อผมแบบกาว โดยช่างจะใช้กาวพิเศษติดผมปลอมเข้ากับเส้นผมจริง ซึ่งวิธีนี้เหมาะกับคนที่อยากได้ผลลัพธ์เร็วและใช้งบที่ไม่มากนัก แต่ก็ต้องระวังเรื่องการแพ้หรือระคายเคืองจากกาว ดังนั้นควรเลือกร้านที่ใช้กาวคุณภาพดี ไม่เช่นนั้นอาจทำให้หนังศีรษะเกิดการแพ้หรือทำให้ผมเสียได้ ทั้งนี้ ควรหมั่นดูแลและทำความสะอาดอยู่เสมอ เพื่อให้ผมต่ออยู่ได้นานถึง 2-3 เดือน
ในกรณีที่อยากได้ความเป็นธรรมชาติ การต่อผมแบบเส้นต่อเส้นก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะจะใช้วิธีผูกผมปลอมเข้ากับผมจริงทีละเส้น แม้จะใช้เวลานานและราคาสูงกว่าแบบอื่น แต่ก็ให้ความรู้สึกเบาสบายและดูเนียนมาก เนื่องจากผมสามารถเคลื่อนไหวได้อิสระเหมือนผมจริง ที่สำคัญคือไม่ทำร้ายเส้นผม เพราะไม่ต้องใช้สารเคมีใด ๆ ในการต่อผม
สำหรับคนที่ชอบเปลี่ยนลุคบ่อย ๆ การต่อผมแบบกิ๊บนับเป็นตัวเลือกที่เหมาะสุด ๆ เพราะคุณสามารถถอดผมกิ๊บเข้าออกได้ง่ายในไม่กี่นาที ไม่ต้องผูกมัดกับทรงผมใดทรงผมหนึ่งนานเกินไป นอกจากนี้ ยังมีให้เลือกหลายรูปแบบ ตั้งแต่แบบติดเต็มศีรษะไปจนถึงแบบปอยผมเล็ก ๆ และที่เด็ดไปกว่านั้นคือราคาไม่แพง แถมยังซักทำความสะอาดแล้วเอากลับมาใช้ใหม่ได้อีกหลายครั้งด้วย
อีกหนึ่งวิธีที่กำลังมาแรงในตอนนี้ก็คือ การต่อผมแบบเทป ซึ่งจะใช้เทปกาวสองหน้าพิเศษติดผมปลอมเข้ากับโคนผม ข้อดีคือไม่ทำลายผมเหมือนกับการใช้กาวทั่วไป และสระผมได้ตามปกติ แค่ต้องระวังอย่าให้น้ำร้อนจัดโดนเทปโดยตรงเท่านั้น ที่สำคัญคือถอดออกง่ายด้วยน้ำยาพิเศษ จึงไม่ทิ้งคราบกาวให้ปวดหัวทีหลัง
หากพูดถึงเทรนด์ฮิตในกลุ่มสาว ๆ ยุคนี้ ต้องยกให้การต่อผมแบบคลิปหรือไมโครริง เพราะใช้ห่วงจิ๋วขนาด 2-3 มิลลิเมตรรัดผมปลอมเข้ากับผมจริง ทำให้ดูเนียนและอยู่ทน แถมแทบมองไม่เห็นตอนแต่งผมเสร็จ อีกทั้งยังถอดออกได้โดยไม่ทำร้ายเส้นผม อย่างไรก็ดี การต่อผมด้วยวิธีนี้จะต้องดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะตอนสระผมที่ต้องระวังไม่ให้ผมพันกัน และควรหวีเบา ๆ เพื่อไม่ให้ริงหลุด
ถัดมากับนวัตกรรมการต่อผมแบบนาโนริง ซึ่งได้พัฒนาต่อยอดมาจากไมโครริง โดยใช้ห่วงที่เล็กยิ่งกว่า จนแทบมองไม่เห็นรอยต่อ ดังนั้น การต่อผมรูปแบบนี้จึงเหมาะอย่างมากสำหรับคนที่ต้องการความเนียนสูงสุด โดยเฉพาะคนที่ต้องถ่ายรูปหรือออกงานบ่อย ๆ เพราะดูเป็นธรรมชาติแม้ถ่ายระยะใกล้ อย่างไรก็ตาม หากตัดสินใจเลือกที่จะต่อผมด้วยวิธีนี้ ก็อย่าลืมเลือกช่างที่มีความชำนาญ เนื่องจากเป็นเทคนิคที่ต้องการความละเอียดสูงเป็นพิเศษ
มาถึงนวัตกรรมใหม่อย่างการต่อผมแบบเคราติน ที่ใช้โปรตีนเคราตินเป็นตัวเชื่อม ทำให้ไม่ทำร้ายเส้นผม แถมยังช่วยบำรุงไปในตัว อีกทั้งการต่อผมในลักษณะนี้ จะตอบโจทย์อย่างมากสำหรับคนที่กังวลเรื่องผมเสีย เพราะเคราตินจะช่วยเคลือบเส้นผมให้แข็งแรง เงางาม และจับตัวกันได้ดี ทั้งนี้ แม้ราคาจะสูงกว่าวิธีอื่น แต่ก็คุ้มสำหรับคนที่ใส่ใจสุขภาพผมและอยากได้ลุคสวยเป็นธรรมชาติ
สำหรับสาย Cool ที่ชอบลุคเท่ ๆ การต่อผมแบบถักเปียก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยวิธีนี้จะใช้การถักผมปลอมเข้ากับผมจริง ซึ่งนอกจากจะดูเป็นธรรมชาติแล้ว ยังอยู่ได้นานถึง 2-3 เดือนอีกด้วย นอกจากนี้ยังดูแลง่าย เพียงแค่สระผมและใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงตามปกติเท่านั้น อีกทั้งยังสามารถจัดแต่งทรงได้หลากหลาย ไม่ว่าจะมัดผม ถักเปีย หรือปล่อยสยาย ก็สวยได้ทุกลุค
ปิดท้ายด้วยการต่อผมแบบมัดเชือก ซึ่งคล้ายกับการถักเปีย แต่ใช้เชือกพิเศษมัดผมปลอมเข้ากับผมจริงแทน โดยเชือกที่ว่านี้จะมีความยืดหยุ่นและทนทานสูง ทำให้ผมต่ออยู่ได้นานถึง 3-4 เดือน จึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการความทนทาน ที่สำคัญหากต่อผมแล้วมีปัญหาหลุดหรือขาด ก็สามารถซ่อมแซมได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องต่อผมใหม่ทั้งหมดให้เสียเวลาด้วย
ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่เลือกใช้และการดูแลรักษา แต่โดยทั่วไป การต่อผมสามารถอยู่ได้ตั้งแต่ 2-4 เดือน ซึ่งวิธีแบบกาวและเทปจะอยู่ได้ประมาณ 2-3 เดือน ในขณะที่แบบมัดเชือกหรือถักเปียอาจอยู่ได้นานถึง 3-4 เดือน ทั้งนี้ ถ้าดูแลอย่างดีและเลือกร้านที่มีคุณภาพ ผมต่อก็จะสวยอยู่ได้ยาวนานยิ่งขึ้น
หากเลือกวิธีที่เหมาะสมและร้านที่ได้มาตรฐาน การต่อผมจะไม่ทำลายผม โดยเฉพาะวิธีอย่างนาโนริง เคราติน หรือการถักเปีย ที่เป็นมิตรกับเส้นผมมากที่สุด อย่างไรก็ตาม การใช้กาวคุณภาพต่ำและการดูแลที่ไม่ถูกวิธีอาจทำให้ผมเสียได้
หลังต่อผมสามารถสระผมและใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผมได้ตามปกติ แต่ก็มีข้อควรระวังเล็กน้อย เช่น ควรใช้แชมพูสูตรอ่อนโยน หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และไม่ควรใช้น้ำร้อนจัดในการสระผม นอกจากนี้ ควรหวีผมอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะบริเวณโคนผมที่มีการต่อ
แม้ว่าการต่อผมจะเป็นทางเลือกที่ช่วยเสริมบุคลิกภาพได้อย่างรวดเร็ว แต่หากคุณกำลังประสบปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือศีรษะล้าน และต้องการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน Bangkok Hair Clinic พร้อมช่วยดูแลคุณ ด้วยประสบการณ์การเป็นคลินิกให้บริการปลูกผมเรามุ่งมั่นให้บริการ ตั้งแต่การศัลยกรรมปลูกผมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไปจนถึงการรักษาปัญหาผมร่วง ผมบาง และปัญหาหนังศีรษะต่าง ๆ เพื่อช่วยสร้างแนวผมใหม่และฟื้นฟูเส้นผมของคุณให้แน่นหนาขึ้นแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สนใจปรึกษาปัญหาเส้นผมกับเรา หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่
Line : @bangkokhairclinic
โทร : 02 118 7386, 064 196 3539
อีเมล : info.bangkokhairclinic@gmail.com
ข้อมูลอ้างอิง